กรอบเวลาที่แนะนำ

This post is also available in: English (อังกฤษ) 简体中文 (จีนประยุกต์) 한국어 (เกาหลี)

ตารางด้านล่างนี้มีข้อมูลทั่วไปว่าบุคคลควรตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บ่อยเพียงใด โปรดใช้ตารางนี้เป็นเพียงแนวทางเท่านั้น และปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลเป็นรายบุคคลเพื่อหาความถี่ที่เหมาะสมกับการตรวจโรค การกำหนดความถี่ในการตรวจควรพิจารณาจากลักษณะงานบริการที่คุณให้บริการ ประเภทบริการที่คุณให้บริการ ความเสี่ยงและอาการจากการมีเพศสัมพันธ์ ในบางรัฐและบางเขตแดน มีการใช้กฎหมายหรือข้อบังคับกฎระเบียบของสถานบริการ หรือระเบียบที่กำหนดขึ้นเอง ในการกำหนดความถี่ของการตรวจโรค

ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงและอาการจากการมีเพศสัมพันธ์ การตรวจอาจเป็นเพียงแค่การใช้ไม้สวอบเก็บตัวอย่างเพียงครั้งเดียว หรือการตรวจปัสสาวะและตรวจเลือดเพียงครั้งเดียว และในบางกรณี อาจให้เจ้าตัวใช้ไม้สวอบเก็บตัวอย่างได้เอง ตารางด้านล่างนำเสนอรายชื่อโรคติดเชื้อและการตรวจโรคทั้งหมด โดยระยะเวลาที่ยังตรวจไม่พบเชื้อระหว่างวันที่รับสัมผัสเชื้อกับวันที่ผลตรวจออกมาเป็นบวกจะแตกต่างกันไปตามประเภทของการตรวจโรค

หากเกิดกรณีถุงยางอนามัยแตก หรือคุณมีอาการ โปรดติดต่อ ศูนย์สุขภาพทางเพศ

วิธีและบริเวณที่ตรวจช่วงเวลาการตรวจตามปกติ**
การตรวจหลังจากสงสัยว่าอาจรับเชื้อ
หนองในเทียมทุก 3 เดือนเมื่อคุณมีอาการ 
7-14 วันหลังจากสงสัยว่าอาจรับเชื้อ
เมื่อคู่นอนมีผลตรวจเป็นบวก
บริเวณช่องคลอด (ปากมดลูก) โดยใช้ไม้สวอบป้ายเก็บตัวอย่าง*
ตรวจปัสสาวะ
บริเวณลำไส้ตรง (ในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก) โดยใช้ไม้สวอบป้ายเก็บตัวอย่าง*
บริเวณคอโดยใช้ไม้สวอบป้ายเก็บตัวอย่าง
หนองในแท้ทุก 3 เดือน1-2 สัปดาห์หลังจากสงสัยว่าอาจรับเชื้อ
เมื่อคุณมีอาการ 
เมื่อคู่นอนมีผลตรวจเป็นบวก
บริเวณช่องคลอด (ปากมดลูก) โดยใช้ไม้สวอบป้ายเก็บตัวอย่าง*
ตรวจปัสสาวะ
บริเวณลำไส้ตรง (ในกรณีที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก) โดยใช้ไม้สวอบป้ายเก็บตัวอย่าง*
บริเวณคอโดยใช้ไม้สวอบป้ายเก็บตัวอย่าง
ทุก 3 เดือน
ไวรัสตับอักเสบเอครั้งเดียว ก่อนฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอหากคุณไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบเอ เข้ารับการตรวจสองสัปดาห์หลังจากสงสัยว่าเสี่ยงได้รับเชื้อ
ตรวจเลือด
ไวรัสตับอักเสบบีครั้งเดียว ก่อนฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบีหากคุณไม่ได้ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และมีความเสี่ยงที่อาจจะรับเชื้อ ให้รออย่างน้อยสี่สัปดาห์ก่อนเข้ารับการตรวจ เนื่องจากมักจะตรวจไม่พบเชื้อหากเข้ารับการตรวจก่อนหน้านั้น
ตรวจเลือด
ไวรัสตับอักเสบซีเฉพาะกรณีที่ได้สัมผัสเลือดเข้ารับการตรวจไวรัสตับอักเสบซีได้ทันทีหลังจากสงสัยว่าอาจรับเชื้อ
คุณจะต้องตรวจซ้ำอีกครั้งหลังจาก 3 เดือนและอาจต้องตรวจอีกครั้งเมื่อครบหกเดือน
ตรวจเลือด
HIVอย่างน้อยปีละสองครั้งหากคุณคิดว่าคุณได้รับเชื้อ HIV ให้พบแพทย์เพื่อขอ PEP ภายใน 72 ชั่วโมงและเข้ารับการตรวจตามที่แพทย์สั่ง 
คนส่วนใหญ่ที่รับเชื้อ HIV จะมีผลตรวจเป็นบวกภายใน 1 เดือน สำหรับคนส่วนน้อย อาจต้องใช้เวลานานถึง 3 เดือนกว่าจะตรวจพบเชื้อ
ตรวจเลือด
ใช้ชุดตรวจชนิดเร็ว Rapid test (เจาะเลือดที่ปลายนิ้วหรือน้ำลาย) 
ใช้ชุดตรวจด้วยตนเอง/ตรวจที่บ้าน (เจาะเลือดที่ปลายนิ้ว)
ซิฟิลิสทุก 3-6 เดือนเป็นไปได้ที่จะตรวจพบเชื้อซิฟิลิสในการตรวจเลือดหลังจากที่คุณอาจรับเชื้อมา 1-2 สัปดาห์ แต่มีโอกาสตรวจพบมากขึ้นหลังจาก 6 สัปดาห์เป็นต้นไป
ตรวจเลือด
เริมหากมีอาการไม่แนะนำให้ตรวจในผู้ที่ไม่มีอาการของโรคเริม
หากมีอาการ วิธีที่ดีที่สุดคือการตรวจเมื่อแผลพุพองมีอายุน้อยกว่า 4 วัน
ใช้ไม้สวอบป้ายเก็บตัวอย่างจากแผลพุพองหรือแผลเปื่อย
พยาธิในช่องคลอดทุก 3 เดือนตรวจเมื่อคุณมีอาการและมีผลตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ เป็นลบ 
คุณอาจจะต้องขอให้มีการตรวจ ปรึกษาแพทย์หรือพยาบาลของคุณ
ตรวจปัสสาวะ
ช่องคลอด/ปากมดลูกโดยใช้ไม้สวอบป้ายเก็บตัวอย่าง*
แคนดิดา (เชื้อรา)หากมีอาการไม่เกี่ยวข้อง – ไม่ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ช่องคลอดโดยใช้ไม้สวอบป้ายเก็บตัวอย่าง*
ช่องคลอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (BV)หากมีอาการไม่เกี่ยวข้อง – ไม่ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ช่องคลอดโดยใช้ไม้สวอบป้ายเก็บตัวอย่าง*

* คุณอาจสามารถใช้ไม้สวอบป้ายเก็บตัวอย่างได้ด้วยตนเองที่บ้านหากมีความเสี่ยงในการติดเชื้อเช่น ถุงยางแตกหรือหากคุณมีอาการของ STI หรือ BBV โปรดเข้าไปที่ศูนย์สุขภาพทางเพศ

How useful was this post?

Click on a star to rate it!

As you found this post useful...

Follow us on social media!

We are sorry that this post was not useful for you!

Let us improve this post!

Tell us how we can improve this post?