노출 후 예방 (PEP)

This post is also available in: English (영어) 简体中文 (중국어 간체) ไทย (태국어)

PEP เหมาะสำหรับผู้ที่มีผลตรวจ HIV เป็นลบและอาจจะเพิ่งสัมผัสเชื้อ HIV ไป PEP เป็นระบบยาระยะสั้นที่ใช้รักษาการติดเชื้อ HIV หากรับประทานภายใน 72 ชั่วโมงหลังสัมผัสเชื้อ HIV ก็จะสามารถลดโอกาสการติดเชื้อ HIV ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

การเป็นบุคคลที่อาจจะได้รับสัมผัสเชื้อ HIV จากสถานบริการทางเพศเพียงอย่างเดียวอาจไม่มีน้ำหนักเพียงพอแก่การจ่ายยา PEP ให้ แพทย์หรือพยาบาลจะประเมินว่าควรจ่ายยา PEP ให้คุณหรือไม่ โดยพิจารณาจากเงื่อนไขดังนี้

  • ลักษณะการรับสัมผัสเชื้อ HIV (ซึ่งก็คือการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทางทวารหนัก หรือทางปาก โดยเป็นฝ่ายรุกหรือฝ่ายรับ การได้รับเชื้อทางเข็มฉีดยา หรือการได้รับเชื้อจากกิจกรรมอื่น) และความเสี่ยงของการติดเชื้อ
  • สถานะการติดเชื้อ HIV ของผู้ที่เกี่ยวข้อง หากคุณไม่ทราบสถานะการติดเชื้อ HIV ของบุคคลที่คุณคิดว่าอาจจะแพร่เชื้อให้คุณ แพทย์ผู้จ่ายยาจะใช้ข้อมูลความชุกของเชื้อ HIV ประกอบการตัดสินใจว่าคุณต้องได้รับยา PEP หรือไม่
  • สถานะการติดเชื้อ HIV ของคุณในปัจจุบัน PEP จะไม่ออกฤทธิ์หรือถูกจ่ายให้บุคคลที่ติดเชื้อ HIV อยู่แล้ว

ยกตัวอย่างเช่น ASHM PEP สำหรับ HIV ของ ASHM โดยทั่วไปแล้ว แนวทางระดับชาติของออสเตรเลีย (Australian National Guidelines) จะไม่แนะนำให้จ่ายยา PEP ให้กับผู้ที่เป็นฝ่ายรับที่ได้มีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดโดยไม่ป้องกันกับบุคคลที่ไม่ทราบสถานะการติดเชื้อ HIV จะไม่มีการจ่ายยา PEP ให้คุณ ในกรณีที่ถุงยางอนามัยแตกขณะมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดกับลูกค้าที่คุณไม่ทราบสถานะการติดเชื้อ HIV โดยที่คุณเป็นฝ่ายรับ อย่างไรก็ตาม หากลูกค้าเป็นผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) หรือมาจากประเทศที่มีความชุกในการติดเชื้อสูง ผู้ประกอบวิชาชีพด้านการดูแลสุขภาพจะตรวจสอบเพิ่มเติมว่าคุณต้องได้รับ PEP หรือไม่

หากถุงยางอนามัยแตกขณะมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักกับลูกค้าที่คุณไม่ทราบสถานะการติดเชื้อ HIV โดยที่คุณเป็นฝ่ายรับ และลูกค้าเป็นผู้ชายที่มีเพศสัมพันธ์กับชาย (MSM) หรือมาจากประเทศที่มีความชุกในการติดเชื้อสูง โดยหลักทั่วไป แนวทาง ASHM ก็แนะนำให้สามารถจ่ายยา PEP ได้ อย่างไรก็ตาม อาจมีเหตุผลอื่นๆ อีกมากมายที่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านการดูแลสุขภาพอาจจะจ่ายยา PEP ให้แก่ผู้ที่เป็นฝ่ายรับที่มีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนักโดยไม่ป้องกันกับคู่นอนที่ยังไม่ทราบสถานะการติดเชื้อ HIV

แม้ว่าจะมีแนวทางสำหรับการจ่ายยา PEP กำหนดไว้ แต่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านการดูแลสุขภาพอาจประเมินเป็นกรณีไปว่าจะสั่งจ่ายยาให้บุคคลดังกล่าวหรือไม่ ด้วยเหตุนี้ เมื่อคุณสงสัยว่าอาจจะติดเชื้อ HIV ขอแนะนำให้ปรึกษากับผู้ประกอบวิชาชีพด้านการดูแลสุขภาพเพื่อประเมินว่าคุณควรได้รับยา PEP หรือไม่ 

คุณต้องเริ่มรับประทานยา PEP ก่อนครบ 72 ชั่วโมงนับจากตอนที่คิดว่าน่าจะสัมผัสเชื้อ HIV มา ยาจึงจะออกฤทธิ์ หากเกิน 72 ชั่วโมงหลังจากที่คุณอาจจะได้รับสัมผัสเชื้อไปแล้ว เราก็ยังคงแนะนำให้คุณไปพบแพทย์อยู่ดีเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาต่อไป

เมื่อคุณเริ่มรับประทานยา PEP ผู้ประกอบวิชาชีพด้านการดูแลสุขภาพมักจะขอเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจหาเชื้อ HIV การตรวจด้วยวิธีนี้มีจุดประสงค์เพื่อดูว่าคุณติดเชื้อ HIV อยู่เดิม ก่อนรับยา PEP หรือไม่ ในขณะที่คุณกำลังรับประทานยา PEP คุณจะต้องมาติดตามผลตรวจ HIV และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ หนึ่งครั้ง จากนั้น จะต้องกลับมาตรวจหาเชื้อ HIV อีกครั้ง 3 เดือนหลังการรักษา เหตุผลที่จะต้องตรวจหาเชื้อ HIV อีกครั้งคือการยืนยันว่าการรักษาด้วย PEP มีประสิทธิผล

เมื่อคุณเริ่มรักษาโดยใช้ PEP คุณต้องรับประทานยาทุกวันตลอดระยะเวลา 28 วัน หากคุณลืมรับประทานยาโดสใดก็ตาม ห้ามรับประทาน 2 โดสเพื่อเป็นการชดเชย ให้รับประทานยาโดยเร็วที่สุดและติดต่อแพทย์ผู้จ่ายยาหรือผู้ประกอบวิชาชีพด้านการดูแลสุขภาพที่มีความเชี่ยวชาญด้านเชื้อ HIV เพื่อหารือว่าการทานยาล่าช้าจะส่งผลต่อประสิทธิผลของการรักษาหรือไม่ และควรจะปฏิบัติตนอย่างไรต่อไป

ผู้รับประทานยา PEP บางรายอาจไม่เจอผลข้างเคียงใดๆ ส่วนคนอื่นกลับเจอ อย่างไรก็ตามในรายที่เจอผลข้างเคียง มักจะเจอผลข้างเคียงเล็กน้อยไปจนถึงปานกลาง เช่น มีอาการคลื่นไส้ ท้องร่วง ปวดศีรษะ เหนื่อยล้า และอาเจียน โดยปกติแล้ว ผลข้างเคียงจะทุเลาลงหลังจากรับประทาน PEP ไปประมาณ 1 สัปดาห์ และจะหายสนิทหลังเสร็จสิ้นการรักษาด้วย PEP

หากเจอผลข้างเคียงหรือมีข้อกังวลอื่นใด ขณะที่รับประทาน PEP ให้ปรึกษาแพทย์ผู้จ่ายยา แพทย์ผู้จ่ายยาอาจหาวิธีเปลี่ยนยา PEP ที่คุณใช้เพื่อลดผลข้างเคียงดังกล่าว หากต้องการหยุดงาน คุณสามารถขอใบรับรองแพทย์ได้คุณสามารถขอรับยา PEP ได้จากแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลของรัฐ ศูนย์สุขภาพทางเพศ ตลอดจนแพทย์และคลินิกที่จ่ายยาส่วนใหญ่ได้ รัฐส่วนใหญ่จะมีสายด่วน PEP หรือสายด่วนให้บริการข้อมูล ที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ คุณยังสามารถศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่เพื่อการติดต่อขอรับ PEP ในรัฐหรือเขตแดนที่คุณอยู่ได้ทาง https://www.getpep.info/get-pep-now/ โรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพทางเพศบางแห่งสามารถจ่ายยา PEP ให้ได้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ นอกจากนี้ ยังมีวิธีการขอรับยาแบบออกค่าใช้จ่ายบางส่วนด้วย หากคุณไม่มีสิทธิ์ใช้สวัสดิการ Medicare อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ยาอื่นๆ เช่น วิตามิน ยาที่ต้องใช้ใบสั่งยาและสารเสพติดเพื่อความผ่อนคลาย อาจรบกวนการทำงานของ PEP และทำให้ผลข้างเคียงจาก PEP รุนแรงขึ้นได้ หากคุณกำลังใช้หรือวางแผนที่จะใช้ยาตัวอื่น ขอแนะนำให้ปรึกษาเรื่องนี้กับแพทย์ผู้จ่ายยาเพื่อหาแนวทางในการลดผลกระทบที่อาจมีต่อการรักษาด้วย PEP  ไม่ควรใช้ PEP แทนการป้องกัน ขณะมีเพศสัมพันธ์